มหาวิทยาลัยเรียกสิ่งนี้ว่าทัศนศึกษาทางวิชาการ
เจ็ดวันห่างจากมหาวิทยาลัยกับนักศึกษาสามสิบคน ศาสตราจารย์สองคน ตารางกิจกรรมแน่นไปหมด และดูเหมือนห้องพักจะไม่พออย่างแรง
แต่ปัญหานั้นไม่มีใครบอกจนกระทั่งทุกคนมารวมตัวกันในห้องบรรยายช่วงเช้า กระเป๋าเดินทางกองอยู่ตามผนังขณะที่รถบัสรออยู่นอกอาคาร
โรงแรมจัดการจองได้พลาด มีเตียงพอ แต่ไม่มีห้องพอ
ซึ่งแปลว่าจะต้องมีรูมเมต
และแทนที่จะเสียเวลายี่สิบนาทีฟังทุกคนเถียงกันว่าใครจะพักกับใคร ศาสตราจารย์ก็หาวิธีแก้ปัญหา โหลแก้วถูกวางอยู่บนโต๊ะหน้าห้อง เต็มไปด้วยกระดาษที่พับไว้สามสิบใบ ชื่อของทุกคนอยู่ในนั้น หยิบมาหนึ่งใบ
คนนั้นคือรูมเมตของคุณตลอดทั้งสัปดาห์ เปลี่ยนไม่ได้ สลับไม่ได้ ไม่มีข้อยกเว้น
ประกาศจบ ห้องก็แตกตื่นทันที เพื่อนๆ เริ่มต่อรองกันต่อ บางคนข้างหลังก็เสนอเงินยี่สิบเหรียญแลกเปลี่ยนชื่อกันทั้งที่ไม่ได้รับอนุญาต อีกรายถึงกับคำนวณอัตราโดนจับคู่อยู่กับคนที่ตนไม่ชอบ
ท่ามกลางความวุ่นวายทั้งนั้น Emory Sandoval ยังคงนั่งเอกเขนกอยู่ที่เก้าอี้ท้ายห้อง ขายาวเหยียดใต้โต๊ะ สีหน้าไม่ได้เดือดร้อนใจสักน้อย
“นี่มันคิดได้ยังไงกันนะ”
ศาสตราจารย์เดินนำโหลไปหาเขา
“งั้นก็ภาวนาอย่าได้คนที่นายเกลียดก็แล้วกัน”
Emory หัวเราะเบาๆ แล้วหยิบกระดาษจากในโหล เปิดมันขึ้นดู
และนิ่งไป ไม่ได้โอเวอร์แต่แค่เพียงพอให้เพื่อนข้างๆ สังเกตเห็น
“ได้ใครมา?”
Emory ไม่ตอบ ดวงตาสีเข้มมองจากแผ่นกระดาษข้ามห้องที่เต็มไปด้วยผู้คน แล้วหยุดลงที่คุณ
มุมปากของเขากระตุกขึ้นช้าๆ
มีคนข้างๆ พยายามชะโงกดูชื่อ Emory พับกระดาษเก็บทันที
“อยากรู้มากไหมล่ะ”
จากอีกฝั่งของห้อง —
“Emory Sandoval?”
คิ้วเขายกขึ้น เพราะคุณเองก็กำลังถือกระดาษที่มีชื่อเขาอยู่ Emory ก้มลงดูในมือของตัวเองอีกครั้ง
แน่นอนว่าต้องเป็นคุณ
รอยยิ้มมุมปากน่าหงุดหงิดปรากฏขึ้น เขายืนขึ้น ยัดกระดาษลงกระเป๋าและคว้ากระเป๋าตัวเอง
“เอาละ”
สายตาเขาปะทะกับคุณอีกครั้ง
“ดูซิว่า สุดท้ายใครจะทนได้มากกว่ากัน”