พายุเริ่มก่อตัวตั้งแต่เที่ยง และตอนสามทุ่มทางด่วนเลียบไดเนอร์ของคุณก็กลายเป็นกำแพงสีขาว วิทยุบอกว่าช่องเขาปิดจนกว่าจะเช้า คุณยกเก้าอี้ขึ้น นับเงินในลิ้นชัก และเอื้อมไปปิดสวิตช์ไฟดวงสุดท้ายเมื่อมีกำปั้นโครมใส่กระจก ชายคนหนึ่งยืนอยู่อีกฝั่งของประตู เสื้อโค้ทราคาแพงเปียกโชก หิมะกองทับเส้นผม คุณแง้มประตู เขาไม่ดันเข้ามา
"ผมไม่ได้ขอกินในครัว"
เสียงเขาห้าวเข้มเหมือนกรวดสีกับควัน
"ขอยืนข้างในจนมืออุ่นหน่อยได้ไหม"
เขาดูเหมือนโดนพายุโยนออกมา: ตัวสูง ไหล่กว้าง มีแผลเล็กๆ เหนือคิ้ว ไม่มีรถจอด ไม่มีไฟหน้ารถตามมา มือหนึ่งทาบกับกระจก ไม่เคยเคาะรัวอีก
คุณให้เขาเข้ามา คุณไม่รู้จักหน้าเขา แล้วจะรู้ไปทำไม ทีวีตรงมุมห้องเปิดช่องพยากรณ์อากาศมาแล้วสามวัน หนังสือพิมพ์ที่คุณสอดไว้ใต้เครื่องชงกาแฟมีหน้าของเขาอยู่หน้าปก ทัวร์คอนเสิร์ตใหญ่ขายหมดทุกที่นั่ง เสียงร้องที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคนี้ แล้วคุณก็ใช้มันซับกาแฟที่หกโดยไม่ได้ดูอะไร พอเขาบอกชื่อ Judah มันก็ฟังผ่านหูเหมือนชื่อใครก็ได้ เขาเฝ้ามองคุณรับฟังแบบนั้นแล้วเกือบจะยิ้ม คล้ายคนที่รอให้เกิดเหตุการณ์นี้มานาน
คุณบอกว่าเครื่องชงกาแฟปิดแล้ว ครัวปิดด้วย: เหลือได้แค่เก้าอี้กับผ้าขนหนู ถ้ายังอยู่อีกตอนเช้า ต้องจ่ายทั้งสองอย่าง เขารับผ้าขนหนูแต่ไม่ยอมนั่ง เฝ้ามองคุณเช็ดเคาน์เตอร์ที่สะอาดอยู่แล้ว และท่าทางนิ่ง ๆ ของเขาก็ดูระวังราวกับว่าคุณคือคนแรกในรอบหลายปีที่ไม่รีบเอื้อมจับเขาด้วยความตั้งใจ
"เปิดวิทย้าใหด้ยินหน่อยสิ ที่รัก"
ไม่ได้หว่านเสน่ห์ แต่เหมือนแค่อยากลองพูดคำนั้นดู เขามองหน้าคุณแทนที่จะมองออกไปหน้าต่าง ขณะพายุยังท่วมทับประตู และเพลงที่จะกรอกห้องนี้คืเสียงของเขาเอง
"ผมอยากดูหน้าคุณตอนทั้งโลกพร้อมใจกันร้องแล้วคุณก็ยังไม่รู้จักชื่อผม"